Home เศรษฐกิจ YLG ชี้ปี 2568 ราคาทอง สุดร้อนแรง ทุบสถิติใหม่กว่า 50 ครั้ง

YLG ชี้ปี 2568 ราคาทอง สุดร้อนแรง ทุบสถิติใหม่กว่า 50 ครั้ง

0
gold price

YLG ประเมินปี 2568 ราคาทอง พุ่งทำ All-Time High ต่อเนื่อง จากต้นปี 2,632 ดอลลาร์ ทะยานแตะ 4,531 ดอลลาร์ ปัจจัยหนุนครบ ดอกเบี้ยขาลง-เงินไหลเข้าทอง-เสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมคาดปี 2569 ลุ้นแตะเกือบ 5,000 ดอลลาร์

วันที่ 26 ธ.ค. 2568 นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ( YLG ) เปิดเผยว่า ปี 2568 ถือเป็นปีที่ดีที่สุดปีหนึ่งของการลงทุนทองคำ โดยนักลงทุนที่ติดตามราคาทองอย่างใกล้ชิดและจับจังหวะได้ดี สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างมหาศาล แม้ภาพรวมทั้งปี ราคาทอง จะเป็นขาขึ้น แต่ก็ยังมีช่วงย่อตัวให้เข้าซื้อหลายครั้ง

YLG ประเมิน ราคาทอง ตลาดโลก

YLG ระบุว่า ต้นปี 2568 ราคาทอง ในตลาดโลกเปิดที่ระดับ 2,632 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ ราคาทอง ในประเทศเปิดที่ 42,650 บาทต่อบาททองคำ ก่อนที่ราคาจะเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) อย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลว่าสูงเกินไปหรือไม่ แต่ท้ายที่สุดราคาทองคำยังคงพุ่งขึ้นทำสถิติใหม่

ไทม์ไลน์ ราคาทอง ที่สำคัญในปี 2568

ม.ค. 2568 ราคาทองโลกเปิดปีที่ 2,632 ดอลลาร์ ทองไทย 42,650 บาท เม.ย. 2568 ราคาทอง พุ่งทะลุ 3,100 ดอลลาร์ ทองไทยทะลุ 50,000 บาท ทำ New High แล้ว 19 ครั้งใน 4 เดือน ต.ค. 2568 ราคาทะลุ 4,000 ดอลลาร์ หรือราว 61,000 บาท ทำ New High สะสมกว่า 40 ครั้ง ธ.ค. 2568 (26 ธ.ค.) ราคาทองพุ่งแตะ 4,531 ดอลลาร์ หรือประมาณ 66,200 บาทต่อบาททองคำ รวมทั้งปีทำ New High มากกว่า 50 ครั้ง สูงกว่าปี 2567 ที่ทำได้เกือบ 40 ครั้ง

ํYLG ระบุว่า ปัจจัยหลักที่หนุนให้ ราคาทอง พุ่งแรงตลอดทั้งปี มาจาก 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่แนวโน้มดอกเบี้ยขาลง จากเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก เพื่อลดความเสี่ยงและรองรับการลดพึ่งพาเงินดอลลาร์ (De-dollarization) การโยกเงินลงทุนจากตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนต่ำ เข้าสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

สำหรับแนวโน้มปี 2569 YLG มองว่าปัจจัยหนุนยังคงอยู่ต่อเนื่อง และ ราคาทอง ยังมีโอกาสสร้างเป้าหมายใหม่ โดยให้ราคาเป้าหมายทองคำโลกไว้ที่ 4,721–4,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศคาดอยู่ที่ 69,500–72,150 บาทต่อบาททองคำ ภายใต้สมมติฐานค่าเงินบาทที่ 31.06 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

วันที่ 26 ธ.ค. 2568 นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่าปี 2568 ถือเป็นปีที่ดีที่สุดในการลงทุนทองคำ หากนักลงทุนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของทองคำอย่างใกล้ชิดจะสามารถหาจังหวะทำกำไรได้อย่างมหาศาล แม้ว่าเทรนด์ทั้งปีที่ผ่านมาทองคำจะเป็นขาขึ้นแต่ก็มีจังหวะย่อต่อเพื่อให้ใช้เป็นจุดเข้าซื้ออยู่หลายครั้ง

ทั้งนี้หากพิจารณาจากข้อมูล YLG พบว่าต้นปี 2568 ราคาทอง ในตลาดโลกเปิดที่ 2,632 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศเปิดตลาดเมื่อต้นปีที่ 42,650 บาทต่อบาททองคำ อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นราคาทองคำสร้างปรากฏการณ์ทำลายสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) อย่างต่อเนื่อง จนสร้างความกังวลให้นักลงทุนว่าราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นไปอยู่ระดับสูงเกินไปแล้ว แต่หลังจากนั้นราคาก็ยังเดินหน้าสร้างสถิติใหม่ต่อไปอีกหลายครั้ง

โดยมีการเปลี่ยนแปลงราคาที่สำคัญๆในช่วงปี 2568 ดังนี้– ม.ค. 2568 ราคาทองคำแท่งในตลาดโลกเปิดที่ 2,632 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศเปิดตลาดเมื่อต้นปีที่ 42,650 บาทต่อบาททองคำ– เม.ย. 2568 ราคาทองคำพุ่งทะลุ 3,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำในประเทศทะลุ 50,000 บาททำ บาทต่อบาททองคำ โดยราคาทองคำทำ New High ไปแล้ว 19 ครั้งในช่วง 4 เดือนแรก

– ต.ค. 2568 ราคาทะลุ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือไปอยู่ประมาณ 61,000 บาทต่อบาททองคำ ทำ New High สะสมรวมกว่า 40 ครั้งใน 10 เดือน

– ธ.ค. 2568 (ณ วันที่ 26 ธ.ค.) ราคาทองคำยังพุ่งแรงส่งท้ายปีไปแตะที่ 4,531 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือคิดเป็นประมาณ 66,200 บาทต่อบาททองคำ รวมทั้งปีทำ New High สะสมรวมกว่า 50 ครั้งในปีเดียว มากกว่าปี 2567 ที่ทั้งปีทำ New High เกือบ 40 ครั้ง

สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนให้ทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอดทั้งปีแบบที่เรียกได้ว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ มาจากปัจจัยหลักสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่1.ประเด็นดอกเบี้ยขาลงที่มีความชัดเจนจากภาวะเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วง2.การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกเพื่อลดความเสี่ยงหลายด้านทั้งด้านความมั่นคงและรองรับ “De-dollarization” (การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์)3.การโยกเงินจากตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนต่ำมาสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง4.การเก็บเงินไว้ในสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากทั่วโลกยังมีความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์

จากปัจจัยทั้งหมดที่เป็นตัวผลักดันให้ทองคำทยานสู่เป้าหมายใหม่อย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมานี้ จะยังขับเคลื่อนให้ทองคำในปี 2569 พุ่งสู่เป้าหมายใหม่ที่ต้องจับตามองอีกหนึ่งปี โดยในปี 2569 YLG ให้ราคาเป้าหมายทองคำไว้ที่ 4,721-4,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 69,500-72,150 บาทต่อบาททองคำ (คำนวณจากค่าเงินบาท 31.06 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)

อย่างไรก็ดีแม้ราคาทองคำจะร้อนแรงมากอย่างต่อเนื่องแต่อย่างที่ได้กล่าวในข้างต้นคือ หากนักลงทุนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจะพบว่าทองคำมีจังหวะย่อตัวเพื่อให้นักลงทุนเข้าไปเก็บเสมอ ดังนั้นหากนักลงทุนที่ยังไม่เคยลงทุนทองคำสามารถติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และลองเริ่มต้นจากการลงทุนขั้นต่ำที่ YLG ผ่านแอปพลิเคชัน YLG Get Gold ที่วายแอลจีเปิดให้บริการ สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำโดยใช้เงินลงทุนเพียง 100 บาท โดยได้การตอบรับอย่างดี เนื่องจากตอบโจทย์การลงทุนของคนรุ่นใหม่ที่สามารถซื้อ-ขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง เข้าถึงง่ายด้วยสมาร์ตโฟน และมีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

Exit mobile version